Gold Cast 9
By Jame
27/10/207
|
หลังจากที่หยุดวิเคราะห์แบบยาวๆไปนานเพราะไปหลงประเด็นจะปรับฐานเลยทำให้การมองภาพรวมชะงักไป
แต่เมื่อกลับมาทบทวนอีกทีผมพบว่าการขึ้นทองคำปีนี้เป็นแบบแรลลี่จริงๆเหมือนปี1980มากๆที่มีการย่อตัวเพียงเล็กน้อยแล้วดันต่อจนจบ
ทีแรกก็งงๆอยู่ว่าจะเทียบการดีดตัวช่วงไหนดีพอดีไปอ่านบทวิเคราะห์ของเว็บ
http://www.dani2989.com/gold/productiondorcyclesgb26072004.htm
ซึ่งได้วิเคราะห์การผลิตทองคำของโลก โดยลงวันที่วิเคราะห์ที่
26 july 2004 เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากว่าเข้าทษฏีของแกเปี้ยบเลย
แหม่ถ้าได้อ่านบทความของแกก่อนหน้านี้ผมคงไม่ชวนให้ปล่อยหมูกันตอนปรับฐานที่722
กันเลยเพราะคิดว่าจะปรับฐานลงมาก่อน ใครเก่งประกิตลองอ่านบทความของแกดูนะครับเพราะเป็นการมองการดีดตัวและย่อตัวของทองคำอย่างแท้จริง ผมขอสรุปคร่าวๆละกัน แกวิจัยถึงแนวโน้มการยุบตัวของการผลิตทองคำตั้งแต่ปี1840-2004และพบว่ามีการพักตัวหรือการลดลงของการผลิตทองคำในช่วงก่อนปี2004ถึง4ช่วงเวลา คือการพักฐานตั้งแต่มากไปหาน้อยดังนี้ 15ปี 7ปี 5 ปี และ 3ปี โดยคาดว่าปี2001คือปีที่ทำสถิติผลิตทองคำมากที่สุดและปีถัดมาน่าจะเป็นช่วงพักฐานของการผลิต เมื่อหาค่าเฉลี่ยจาก4ช่วงเวลาที่กล่าวมาพบว่าน่าจะใช้เวลาปรับฐานประมาณ 7.5ปีคือการผลิตจะน้อยลงตั้งแต่ปี2001ไปจนปี2008-2009 แล้วมันเกี่ยวกับราคาทองคำอย่างไร.... เกี่ยวสิเมื่อผลผลิตลดลงในขณะที่ความต้องการเพิ่มขึ้นทองจะพุ่งขึ้นทันที แต่หากผมผลิตมากขึ้นพอเพียงหรือน้อยกว่าความต้องการราคาจะลดลงลองดูตัวอย่างกราฟ1และกราฟ2 จะเห็นได้ว่าเมื่อการผลิตเริ่มลดลงตั้งแต่ปี1972ราคาทองก็ทะยายขึ้นทำสถิติสูงสุดที่$850เมื่อเดือนมกราคมปี1980รวมใช้เวลา7-8ปีในการดีดตัว และเทียบกับปี2001ที่การผลิตทองเริ่มเข้าสู่วัฐจักรปรับฐานอีกรอบซึ่งทำให้ราคาเริ่มดีดขึ้นตั้งแต่ปี2001จนถึงปัจจุบันซึ่งคาดว่าทองจะขึ้นสูงสุดและจบเทรนขึ้นของราคาทองเมื่อเข้าปี2008-2009 ราวระยะเวลา7ปีกว่า แต่ผมมองว่าถ้า7.5ปีตามค่าเฉลี่ยราคาทองคำน่าจะขึ้นต่อไม่เกินกลางปีหน้าหลังจากนั้นหากการผลิตทองคำกลับมาเป็นขาขึ้นราคาทองคำก็จะเข้าสู่ขาลงแบบระยะยาวนานหลายปีเลยทีเดียวลองดูกราฟด่านล่างละกันว่าจะนานขนาดไหน ดังนั้นช่วงนี้เป็นการปั่นทองคำอย่างชัดเจนและเป็นรอบสุดท้ายแล้วด้วยไม่เหมือนปีที่แล้วที่ปั่นขึ้นมาถึง730แล้วร่วงลงแต่ Moving Average ระดับ200วันยังรับอยู่ (เส้นสีแดงลองดูกราฟ5ด่านล่างประกอบ)ดังนั้นราคาจึงขึ้นต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ราคาช่วงนี้เป็นราคาปั่นอย่างชัดเจนเพราะราคาจริงของMoving Average ระดับ200วันเพิ่งอยู่ที่680-690เท่านั้นเองและเมื่อใดที่มีการทุบราคาลงมาแล้วMoving Average ระดับ200วันรับไม่อยู่(หรือหลุดเส้นเทรนขาขึ้นสีดำที่ชันอยู่ลงมา)ก็จะกลับเป็นขาลงอย่างถาวรเลยทีเดียวแบบที่เกิดเมื่อปี1980ลองดูกราฟ5ละกัน ดังนั้นใครที่จะเข้าช่วงนี้โอกาศได้กำไรสูงและเร็วมากแต่ก็อย่าเพลินละกันต้องคอยติดตามข่าวที่อาจทำให้ตลาดทองช็อกขึ้นได้และถ้ามีการปรับฐานใหญ่ลงมาแนวรับจะเอาไม่อยู่เพราะวอลุ่มที่ปั่นกันขึ้นไปตอนนี้สูงมากเป็นประวัติการหากหลุดMoving Average ระดับ200วันลงมาและรับไม่อยู่คงต้องเอาทองที่ถืออยู่เก็บไว้ให้ลูกหลายกันเลยทีเดียว ไม่เหมือนปี2006นะเพราะตอนนั้นยังเป็นช่วงที่การผลิดทองคำลดลงอย่างต่อเนื่องส่วนปีถัดๆมา(ดูจากวัฐจักรการผลิตทอง)การผลิตน่าจะฟื้นขึ้นมาได้จากการเปิดเหมืองทองใหม่ในหลายๆที่ในโลก แต่อันนี้ก็ไม่แน่นอนหากมีเหตุขัดข้องทำให้การผลิตทองหยุดชะงักลงก็จะทำให้ทองคำมีราคาสูงต่อไป ถ้าดูจากระยะเวลาแล้วยังเหลืออีกหลายเดือนที่จะถึงกลางปีหน้าและ ศกเมกาก็ไม่น่าจะฟื้นตัวได้ในเพียง1ไตรมาส ดอลล่าน่าจะคงอ่อนต่อไป จากบทวิเคราะห์ของเว็บ http://www.dani2989.com/gold/productiondorcyclesgb26072004.htm หากมาในรูปนี้จริงผมมองว่า : ถ้าการดีดตัวระหว่างปี1973-1980รวมระยะเวลา7ปีในการดีดตัวถึง$750เลยทีเดียวจากราคา$100ถึง$850 และหากเทียบกับปี2001-2008รวมระยะเวลา7ปีดีดตัวเท่ากันราคาอาจไปถึง$1000เลยทีเดียว ($250+750)ดังนั้นเราจึงเคยได้ยินว่าฝรั่งคาดว่าราคาจะไปถึง800บ้างและ 1000บ้างคงต้องให้เวลาพิสูจน์ว่าจะเป็นจริงแค่ไหน หากใครกลัวตกรถจะเริ่มทะยอยเข้าช่วงนี้ก็ยังไม่สายจนเกินไปหรือจะรอให้ราคาย่อลง50-100บาทถ้าลงมาแล้วก็อย่าให้พลาดอีกละกันส่วนใครที่มีของก่อนหน้านี้แล้วก็รอชมดอยที่สูงๆต่อไป
|
||||
| กราฟ1 แสดงถึงการเพิ่มและลดของการผลิตทองคำโลกตั้งแต่ปี1840-2004 สังเกตุเห็นว่าช่วงลูกศรชี้สีดำจะแสดงถึงการพักตัวและระยะเวลา ส่วนลูกศรสีแดงแสดงถึงแนวโน้มที่การผลิตทองจะลดลง |
||||
|
|
||||
|
|
||||
| กราฟ2ให้สังเกตุในกรอปสี่เหลี่ยม2อันซึ่งแสดงถึงระยะการดีดตัวทั้งราคาและเวลาที่คล้ายคลึงกัน |
||||
|
|
||||
| กราฟ3 แสดงให้เห็นเหตุการที่ทำให้การผลิตทองหยุดชะงักและปรับตัวลง ส่วนเหตุการที่ทำให้การผลิตทองเริ่มลดลงเมื่อปี2001นั้นน่าจะมาจากการถล่มตึก world trade ของเมกา และการบุกอิรักของเมกา |
||||
|
|
||||
| กราฟ4 แสดงให้เห็นเทรนขาลงของการผลิตทองที่เริ่มหักหัวลงเกินแนวรับสำคัญ |
||||
|
|
||||
| กราฟ5 แสดงให้เห็นแนวรับและแนวต้านที่สำคัญรวมถึงMoving Average ระดับ200วันเส้นสีแดงที่แสดงราคาจริงที่ควรจะเป็นส่วนราคาที่วิ่งเกินจากนั้นเป็นการปั่นราคาหรือการทุบราคาที่มากเกินไป ราคาจะวิ่งหนีออกไปแค่ไหนสุดท้ายก็จะวิ่งกลับมาหาราคาจริง และราคา ณ ตอนนี้ได้วิ่งผ่านแนวต้านและแนวรับที่สำคัญมาได้อย่างโชกโชนคงไม่ลงไปง่ายหากไม่มีเหตุการช็อกตลาดเข้ามา |
||||
|
|
||||
| กราฟ6 แสดงให้เห็นการสอดคล้องของราคาน้ำมัน และ ราคาทอง ที่ไปในทิศทางเดียวกัน โดยน้ำมันได้ดีดขึ้นสูงสุดระว่างปี1973-1980 และ ปี 2001-2007 เช่นเดียวกับทอง |
||||
|
|
||||
| กราฟ7 แสดงให้เห็นถึงราคาน้ำมันที่ผ่านแนวต้าน$90และยืนอยู่ได้คาดว่าจะไต่แบบชันๆขึ้นไปถึง$100เลยทีเดียว |
||||
|
|
||||
| กราฟ8 แสดงให้เห็นถึงการลงทุนของกองทุนที่ร้อนแรงมากที่สุดไปหาน้อยที่สุดตลอด52อาทิตย์ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าน้ำมันมาเป็นอันดับหนึ่งทองตามมาเป็นอันดับสอง ส่วนตลาดหุ้นนั้นซบเซาลงมาก และเมื่อใดก็ตามที่ตลาดหุ้นกลับมาคึกคักน้ำมันก็จะลงและดึงทองลงมาด้วย |
||||
|
|
||||
| ขอมอบข้อมูลเหล่านี้ให้สมาชิกชาว dailygold และ goldhips และจะมีบทวิเคราะห์ต่อไปตามมาให้ช่วยกันศึกษาดู ขอบคุณครับ | ||||